
การออกเดทมักเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เซอร์ไพรส์ และโอกาสใหม่ ๆ ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาคนรู้ใจ ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ หรือเรียนรู้เพื่อให้รู้จักตัวเองให้มากขึ้น School of Swipe จะช่วยให้ทุกคนได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับทุกการเชื่อมต่อ เปรียบเสมือนคู่มือที่ช่วยให้ออกเดทอย่างชาญฉลาดและเป็นเรื่องง่ายขึ้น อยากรู้ไหมว่าออกเดทยังไงให้เวิร์ก ? มาเริ่มคลาสไปพร้อม ๆ กันได้เลย!
การรู้สึกดีกับคนใหม่เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่แล้ว แต่จะดีกว่าถ้าคุณให้ความสําคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ลองดูคําแนะนําที่เรารวมทุกเรื่องเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติอย่างไร ให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีในการจับคู่ Match มากที่สุด และสามารถระวังเรื่องความปลอดภัยทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์ ในบทเรียนนี้เราจะพูดถึงความปลอดภัยแบบครอบคลุมในเรื่อง (การตระหนักรู้ ขอบเขต และความยินยอม) และอีกหลายประเด็น
เราทุกคนต่างรู้ดีว่าในโลกของการเดท มีธงแดงที่ต้องคอยระวังตัวอยู่เสมอ แต่ ‘รู้หรือไม่’ ว่ายังมีธงเขียว หรือสัญญาณเชิงบวกมากมายที่ส่งสัญญาณบอกว่าคุณกำลังจะประสบความสำเร็จ (ในการเดท) การโฟกัสไปที่ธงเขียวจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมการเดท และยังเป็นสัญญาณที่ช่วยยืนยันว่าคุณได้เจอกับใครคนนั้นแล้ว รู้ได้อย่างไรว่าเขาคือคนธงเขียวที่ดีต่อใจ:

ตอนออกเดท คุณรู้สึกสบายใจที่ได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง

คู่เดทเคารพขอบเขตของคุณ

คู่เดทมีความชัดเจนว่าเขารู้สึกอย่างไรกับคุณ

คู่เดทให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคุณ

คู่เดทให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลาเพื่อคุณ

คู่เดทสามารถจัดการอารมณ์ของตัวเองได้

คู่เดทมีความสม่ำเสมอและทำตามที่พูด

คู่เดทใส่ใจกับความต้องการของคุณ

ในการนัดเดทสองสามครั้งแรก คู่เดทสนับสนุนให้นัดพบกันในสถานที่สาธารณะ

คู่เดทถามคำถามที่ลึกซึ้ง
ในทุก ๆ วันผู้คนต่างไว้วางใจให้ Tinder ช่วยแนะนำผู้คนให้ได้รู้จักกับคนใหม่ ๆ ซึ่งความไว้ใจเหล่านั้นก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ เราจึงพัฒนาแอพอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้ทุกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นบน Tinder มีความปลอดภัย ให้เกียรติกัน และเป็นประสบการณ์ในแง่บวกเริ่มตั้งแต่การปัดขวา ไปจนถึงส่งข้อความหากัน ดังตัวอย่างฟีเจอร์ต่อไปนี้ที่เน้นในเรื่องความปลอดภัยที่มีความสำคัญของ Tinder ในประเทศไทย
ก่อนที่จะเริ่มต้นบทสนทนา ทั้งสองฝ่ายต่างต้องชอบกันและกันก่อน การเลือกปัดขวาหมายถึงการชอบกันทั้งสองฝ่าย และจะไม่มีใครได้รับข้อความที่ไม่พึงประสงค์จากคนที่ไม่ได้เลือกหรือสนใจ
ในขั้นตอนการลงทะเบียนใช้งานบน Tinder จะต้องสร้างโปรไฟล์และเพิ่มรูปภาพ ซึ่งเราแนะนำให้เข้าไปยืนยันรูปภาพ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่จะช่วยยืนยันว่าเจ้าของบัญชีคือบุคคลเดียวกันกับรูปโปรไฟล์ คุณจะต้องโพสต์ท่าทางต่าง ๆ ที่กำหนดในแอพแบบเรียลไทม์ สำหรับสมาชิกที่ยืนยันรูปถ่ายเรียบร้อยแล้ว นอกจากจะได้รับเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า ยังมีแนวโน้มที่จะได้คู่ Match ด้วย

ศูนย์กำกับดูแลความปลอดภัยบน Tinder เป็นส่วนหนึ่งของระบบโต้ตอบบนแอพ ประกอบด้วยแหล่งข้อมูล บทความ เคล็ดลับ แบบทดสอบ และข้อมูลเกี่ยวกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ฟีเจอร์ทั้งหมดนี้พร้อมใช้งานตลอดเวลาและจะปรากฏขึ้นมาโดยอัตโนมัติให้สามารถกดตั้งค่าหรือกดที่รูปโล่ป้องกันขณะที่สมาชิกกำลังส่งข้อความ เพื่อช่วยดูแลในด้านความปลอดภัย ศูนย์กำกับดูแลความปลอดภัยได้รับการพัฒนาจากความร่วมมือระหว่าง Match Group Advisory Council และพันธมิตรภาคเอกชนที่เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ไม่ได้แค่ปกป้องแต่ยังให้ความรู้กับสมาชิกเพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจเองได้จากความรู้ที่ได้รับในการเลือกกระทำสิ่งต่าง ๆ ทั้งขณะที่อยู่ในแอพและนอกแอพ

สมาชิก Tinder สามารถยกเลิกการ Match หรือบล็อคบุคคลนั้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเพราะคุณรู้สึกว่าการจับคู่ครั้งนี้ไม่ใช่สำหรับคุณอีกต่อไป หรืออาจจะมีเรื่องที่ร้ายแรงกว่านั้น เมื่อคุณยกเลิกการ Match ไปแล้ว บุคคลนั้นจะไม่ปรากฏในรายการคู่ Match หรืออยู่ในลิสท์ของการแชทอีก เขาจะไม่สามารถเห็นคุณหรือส่งข้อความหาคุณได้อีกต่อไป โดยสมาชิกสามารถรายงานบุคคลที่เคยขอยกเลิกการ Match หรือที่ถูกยกเลิกการ Match ไปแล้วได้ตลอดเวลา
ฟีเจอร์นี้จะปรากฏขึ้นมาแบบอัตโนมัติถึงผู้ที่กำลังจะส่งข้อความว่า ‘คุณแน่ใจใช่มั้ย’ เนื่องจากอาจใช้ถ้อยคำที่เป็นการล่วงละเมิด ซึ่ง Tinder ไม่ได้แค่รอให้สมาชิกรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น แต่เรายังมีการทำงานเพื่อตรวจสอบแบบเชิงรุกด้วย เนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่ดีและรูปแบบของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้ใครบางคนถูกลบออกจาก Tinder ได้ตลอดเวลา

ฟีเจอร์นี้มีความคล้ายคลึงกับ ‘คุณแน่ใจใช่มั้ย’ แต่จะเป็นข้อความอัตโนมัติที่ถามสมาชิกที่ได้รับข้อความหรือเนื้อหาที่อาจเกี่ยวข้องกับการคุกคามว่า ‘สิ่งนี้รบกวนคุณหรือไม่’ และถ้าหากสมาชิกตอบรับกลับมาว่า ‘ใช่’ ก็จะมีตัวเลือกในการรายงานพฤติกรรมของคนที่ส่งข้อความ ฟีเจอร์นี้ ช่วยให้มีการรายงานเรื่องการคุกคามและล่วงละเมิดเพิ่มมากขึ้น

การบล็อครายชื่อผู้ติดต่อช่วยให้สมาชิกสามารถบล็อครายชื่อส่วนตัวที่ไม่อยากเห็นบนแอพ เพื่อช่วยเสริมความมั่นใจให้สมาชิกของเรารู้สึก “ชอบ” วิธีการของตัวเองในการเชื่อมต่อครั้งใหม่โดยไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่ไม่อยากจะเจอ ไม่ว่ารายชื่อผู้ติดต่อของคุณจะมีอยู่แล้วบน Tinder หรือคุณอาจจะเลือกดาวน์โหลดเข้ามาในภายหลังด้วยการใช้ข้อมูลผู้ติดต่อเดียวกันกับที่มีอยู่บนมือถือ รายชื่อพวกนั้นก็จะไม่ปรากฏขึ้นมาในการ Match

Tinder มีขอบเขตในเรื่องการรายงานที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีและการประเมินพฤติกรรมของสมาชิกเอง เพื่อให้สมาชิกทุกคนมั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักปฏิบัติของชุมชน สมาชิกสามารถรายงานบุคคลได้โดยตรงจากหน้าโปรไฟล์หรือติดต่อผ่านศูนย์กำกับดูแลความปลอดภัยในแอพได้ตลอดเวลา เพราะเราให้ความสำคัญกับการรายงานอย่างจริงจัง

เวลาที่สมาชิกกลุ่ม LGBTQIA+ เดินทางท่องเที่ยวในชีวิตจริงหรือใช้ฟีเจอร์ Passport บน Tinder เพื่อปัดหาคนใหม่ ๆ ในประเทศที่มีกฏหมายควบคุมบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ สมาชิกจะได้รับการแจ้งเตือนและจะมีตัวเลือกให้ปิดฟีเจอร์นี้ก่อนที่หน้าโปรไฟล์จะปรากฏในโลเคชั่นที่ปักหมุดไว้ แม้ว่า Tinder จะเป็นตัวเลือกที่ดีในการพบปะผู้คนเวลาเดินทาง แต่ความปลอดภัยจะต้องมาก่อนเสมอ
การแนะนำการเขียนประวัติส่วนตัวเป็นขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยให้สมาชิกเข้าใจว่ามีอะไรบ้างที่เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ บน Tinder ขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกเช่นกัน อย่างข้อผิดพลาดทั่วไปอย่างหนึ่งที่สมาชิก มักจะทำ คือการใส่ข้อมูลส่วนตัวเข้าไปในหน้าโปรไฟล์ เช่น เบอร์โทรศัพท์ การแนะนำการเขียนประวัติส่วนตัวจะช่วยลบรายละเอียดส่วนตัวเหล่านี้ออกไป และจะมีการแจ้งให้สมาชิกทราบถึงเหตุผลที่ลบ เพื่อให้สมาชิกเขียนประวัติส่วนตัวใหม่อีกครั้ง
การบล็อคโปรไฟล์เป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยให้สมาชิกสามารถเลือกได้ว่าต้องการเห็นใครบ้างบน Tinder โดยก่อนที่จะ Match สมาชิกสามารถบล็อคโปรไฟล์ที่ไม่ต้องการเห็นอีกได้ ถือเป็นวิธีง่าย ๆ ในการหลีกเลี่ยงการเจอเจ้านายหรือแฟนเก่าที่ไม่ต้องการเจอ ฟีเจอร์บล็อคใหม่นี้สร้างขึ้นเพิ่มเติมจากการบล็อครายชื่อผู้ติดต่อ และการบล็อคหลังจากกดรายงาน
Tinder ต้องการให้สมาชิกรายงานพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่พบบนแอพได้ง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การรายงานแบบกดค้างนี้ เพียงกดบนข้อความที่ไม่เหมาะสมค้างไว้ และเปิดไปที่หน้ารายงานได้โดยตรง โดยการลดความซับซ้อนของขั้นตอนการรายงานนี้ Tinder หวังว่า สมาชิกจะมีการรายงานมากขึ้น เพื่อให้เราสามารถดำเนินการกับบัญชีที่ละเมิดกฎเกณฑ์ของชุมชนได้ต่อไป

โหมดไม่ระบุตัวตนเป็นอีกขั้นหนึ่งของการซ่อนโปรไฟล์อย่างสมบูรณ์ สมาชิกยังสามารถกด Like บนแอพได้เหมือนเดิม แต่เฉพาะคนที่คุณกด Like เท่านั้นที่จะเห็นคุณจากหน้าแนะนำโปรไฟล์ได้ ทำให้สามารถควบคุมได้ว่าใครจะเห็นคุณบ้างเมื่อเลื่อนดูโปรไฟล์บน Tinder

ยกระดับการยืนยันภาพถ่ายไปอีกขั้นด้วยวิดีโอเซลฟี่ จากที่สมาชิกต้องถ่ายภาพนิ่ง และโพสท่าต่าง ๆ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพถ่ายอื่น ๆ บนโปรไฟล์เมื่อยืนยันตัวตน ตอนนี้จะต้องถ่ายชุดวิดีโอแทน แม้ว่าจะไม่มีกระบวนการตรวจสอบรูปถ่ายที่สมบูรณ์แบบ แต่วิธีนี้จะช่วยให้ Tinder ตรวจสอบและมอบเครื่องหมายยืนยันตัวตน (เครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า) ให้กับคนที่ยืนยันแล้วได้ดียิ่งขึ้น
การได้เชื่อมต่อกับคนใหม่ ๆ ที่คุณรู้สึกดี ย่อมเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่ก็อย่าลืมระมัดระวังตัวเอง ไม่ว่าจะบนแอพ Tinder หรือในชีวิตจริงก็ตาม เรามีวิธีในการช่วยรักษาความปลอดภัยของตัวคุณเองเป็นอันดับแรกในทุกขั้นตอนความสัมพันธ์ ของการใช้ Tinder ของคุณ
โปรดจำไว้เสมอว่าคุณไม่ต้องอดทนรับพฤติกรรมของคนอื่น ถ้าหากเจออะไรแปลก ๆ หรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้รีบรายงานทันที
ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้ใครก็ตามที่คุณไม่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นเลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของคุณ เช่น การบอกว่าคุณจะไปออกกำลังกายทุกวันจันทร์ รวมทั้งข้อมูลใด ๆ ก็ตามเกี่ยวกับครอบครัวและเพื่อนของคุณที่ควรจะเก็บไว้เป็นความลับส่วนตัว 🙅♀️
หากคุณต้องการทำความรู้จักกับคนใหม่ ๆ การพูดคุยบน Tinder คือแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด เพราะนอกจากเราจะเป็นแพลทฟอร์มที่ดีแล้ว เรายังเป็นแพลทฟอร์มที่ปลอดภัยอีกด้วย Tinder อนุญาตให้ส่งได้เฉพาะข้อความและอิโมจิเท่านั้น คุณจึงไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับรูปภาพที่ไม่ต้องการเห็น ควรระมัดระวังให้ดี หากว่าคู่ Match พยายามโน้มน้าวให้ย้ายไปคุยกันทางโทรศัพท์หรือทางแอพอื่น ๆ ทันทีที่ Match กัน เพราะเป็นไปได้ว่าพวกเขากำลังพยายามเลี่ยงตัวกรองด้านความปลอดภัยของ Tinder
ถ้าเคมีระหว่างคุณกับคู่ Match สตรองแล้ว พาสเวิร์ด Tinder ของคุณจะต้องสตรองกว่านั้นอีก เพราะพาสเวิร์ดที่สตรองก็บ่งบอกได้ถึงความสตรองในตัวคุณ 💪🏻 คุณควรจะตรวจสอบและระมัดระวังให้ดี เมื่อเข้าสู่ระบบ Tinder จากคอมพิวเตอร์สาธารณะหรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานร่วมกับผู้อื่น และให้ระวังอีเมลที่ระบุว่าส่งจาก Tinder ที่ขอข้อมูลพาสเวิร์ดกับชื่อผู้ใช้งาน Tinder ของคุณ ถ้าคุณได้รับอีเมลที่ขอข้อมูลบัญชีแบบนี้ ให้รีบรายงานเราทันที
ระวังพวกมิจฉาชีพหรือพวกสแกมเมอร์ที่มาขอความช่วยเหลือทางการเงิน หรือใครก็ตามที่คุณไม่เคยพบเห็นตัวจริง หรือแค่พูดคุยกันทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลหากัน คนเหล่านี้อาจจะไม่ใช่ตัวจริงอย่างที่พวกเขาหลอกลวง ถ้าคนพวกนี้หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามของคุณหรือพยายามดึงดันที่จะมีความสัมพันธ์ที่จริงจังโดยไม่ยอมออกมาพบหน้าหรือไม่ได้ทำความรู้จักกันก่อน นั่นก็อาจจะเป็นสัญญาณเตือนถึงอันตราย
คอนเทนท์ที่มีภาพโป๊เปลือยอนาจารหรือมีเนื้อหาทางเพศ
การเรียกร้องทรัพย์สินเงินทอง หรือการบริจาค
สมาชิกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น
การเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นของตัวคุณเองหรือของคนอื่น
การล่วงละเมิด การคุกคามด้วยคำพูดที่แสดงถึงความเกลียดชัง และข้อความที่ไม่เหมาะสม
การใช้ความรุนแรง การมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือมีพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ไม่ว่าจะในขณะออกเดทหรือหลังจากการนัดเจอข้างนอก
สร้างโปรไฟล์หลอกลวง
การสแปมหรือการชักชวน รวมถึงการส่งลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไปยังเว็บไซต์เชิงพาณิชย์ การพยายามขายสินค้าหรือบริการด้านอื่น ๆ
หากมีการฝ่าฝืนนโยบายที่กล่าวมา คุณอาจจะถูกแบนจาก Tinder คุณได้ยินไม่ผิดหรอก พฤติกรรมของคุณทั้งขณะออนไลน์และออฟไลน์สามารถนำไปสู่การยุติใช้งานบัญชี Tinder ของคุณได้ทันที
1. คลิกเข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของคู่ Match ที่คุณต้องการรายงาน จากนั้นคลิกที่จุดไข่ปลา 3 จุด ที่อยู่ด้านบนขวา แล้วคลิกปุ่ม “รายงาน” ที่ปรากฏในหน้าต่างป๊อปอัพเพื่อส่งเรื่องถึงเราแบบรวดเร็วและเป็นความลับ
2. ในหน้ากล่องข้อความของคุณ ให้คลิกที่ไอคอนโล่ห์ที่อยู่ด้านบนขวา แล้วคลิ๊กปุ่ม “รายงาน” เพื่อส่งเรื่องถึงเราแบบรวดเร็วและเป็นความลับ 🚩
แม้ว่าแอพหาคู่จะช่วยให้เราสามารถค้นหาเพื่อเชื่อมต่อกับใครสักคนได้ง่ายกว่าที่เคยเป็น แต่ลักษณะของการใช้งานอินเทอร์เน็ตในรูปแบบนี้ กลับยังสามารถสร้างโอกาสให้ผู้ที่ต้องการเข้ามาหลอกลวงผู้อื่นได้ด้วยเช่นกัน
โรแมนซ์ สแกมเมอร์ (Romance scammers) หรือมิจฉาชีพหลอกลวงจากความรัก จะมองหาเหยื่อที่มีความเปราะบางในการมองหาความรักและถูกมองข้าม บางครั้งมิจฉาชีพเหล่านี้จะสร้างตัวตนปลอมหรือสร้างบุคลิกปลอม แต่มิจฉาชีพบางคนอาจใช้ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาหลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ที่โรแมนติกหรือความใกล้ชิดเพื่อหลอกและขโมย
คุณสามารถป้องกันตัวเองได้โดยทำความคุ้นเคยกับสัญญาณเตือนต่าง ๆ ไปพร้อมกับทำความเข้าใจถึงสิ่งที่ควรทำ หากพบเจอมิจฉาชีพหลอกลวงความรัก
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ทำให้คนทั่วไปแยกแยะได้ยากขึ้นว่าอะไรจริงอะไรปลอม โดยเฉพาะหากคนที่คุณเพิ่งรู้จักไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน และไม่สามารถเจอกันต่อหน้าได้ จึงควรระวังให้มาก เพราะอาจเป็นโปรไฟล์ปลอมหรือบุคคลที่สร้างขึ้นโดย AI
ถ้าคุณรู้สึกว่าคำถามของคุณถูกเลี่ยง หรือบทสนทนาดูสมบูรณ์แบบเกินจริง ขาดความเป็นธรรมชาติ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าบทสนทนานั้นถูกสร้างขึ้นโดยบอตหรือ AI
มิจฉาชีพบางรายใช้เสียงของคนอื่นในสายโทรศัพท์ เพื่อกลบสำเนียงต่างชาติ หรือทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ AI ถูกใช้ในกลโกงความรัก ปัจจุบันยังมีเครื่องมือแปลงเสียงแบบเรียลไทม์ ที่สามารถใช้ทั้งในสายโทรและวิดีโอ เพื่อหลอกให้เหยื่อเชื่อว่ากำลังพูดคุยกับคนจริงอยู่
การค้นหาภาพย้อนกลับ (Reverse image search) สามารถช่วยให้คุณตรวจสอบได้ว่าภาพที่ถูกส่งมาเป็นของจริงหรือไม่ เพราะอาจเป็นภาพจากคลังภาพสต็อก ภาพที่สร้างขึ้นโดย AI หรือแม้แต่ภาพที่ขโมยตัวตนของคนอื่นมาใช้
ในปัจจุบัน แม้แต่การวิดีโอคอลก็สามารถถูกปลอมแปลงได้ หากคุณรู้สึกไม่แน่ใจ ลองสังเกตท่าทาง สีหน้า หรือทรงผมที่ดูไม่สมจริง เพราะอาจเป็นสัญญาณของ Deepfake ได้ บ่อยครั้งที่ระบบจะสร้างเฉพาะการเคลื่อนไหวบางส่วนของใบหน้า เช่น ปาก ดวงตา หรือคิ้ว เท่านั้น
อาชญากรเหล่านี้เป็นมืออาชีพ - ในสหรัฐอเมริกา การหลอกลวงเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ทำเงินได้สูงกว่า 300 ล้านดอลลาร์ในปี 2563 เลยทีเดียว เนื่องจากมิจฉาชีพเหล่านี้ดูจริงใจ มีส่วนร่วมในความสัมพันธ์ และแสดงความรักออกมาได้เป็นอย่างดีโดยบรรดามิจฉาชีพเหล่านี้อาจมีบัญชี Instagram จริงอีกด้วย และอาจดูน่าเชื่อถือ แต่ก็มีสัญญาณบางอย่างที่สามารถบ่งบอกว่ามีบางสิ่งชั่วร้ายแฝงอยู่
นี่อาจเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าคนพวกนี้กำลังพยายามลบหลักฐานการพูดคุยโต้ตอบซึ่งกันและกัน และพยายามรับข้อมูลส่วนตัวของคุณมากขึ้น เช่น หมายเลขโทรศัพท์ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับมิจฉาชีพ
การแสดงความรักที่หวานแบบเกินเบอร์ หรือให้ความสนใจเกินไปในช่วงแรก ๆ อาจเป็นสัญญาณของ (Love-bombing) และอาจเป็นสัญญาณชวนเอ๊ะ (Red flags) มิจฉาชีพต้องการเดินหน้าความสัมพันธ์ให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ดังนั้น จงระวังใครก็ตามที่พูดว่าการได้ทำความรู้จักกับคุณคือ "โชคชะตา" อีกทั้งยังมอบคำมั่นสัญญาที่ยิ่งใหญ่ และแม้กระทั่งขอแต่งงานอย่างรวดเร็ว
มิจฉาชีพมักจะวางแผนนัดเจอและขอยกเลิกนัดในนาที่สุดท้ายโดยอ้างว่ามีเหตุสุดวิสัยหรือร้ายแรงเกิดขึ้น พร้อมข้อแก้ตัว อาทิ เหตุฉุกเฉินจากการเจ็บป่วยหรือครอบครัว หรือธุระสำคัญที่ทำให้พวกเขายังต้องอยู่ในต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้ มักกลายเป็นเหตุผลในการขอเงินช่วยเหลือที่ตามมา
การทำความรู้จักระหว่างกันนั้นไม่จำเป็นต้องมีการเปิดเผยข้อมูลหนังสือเดินทาง ใบขับขี่ หมายเลขประกันสังคมหรือข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนตัวทั้งสิ้น
การตกลงกันว่าใครอยากจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารค่ำนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การถูกดึงเข้าสู่ความทุกข์ยาก หรือความต้องการทางการเงินส่วนบุคคลของใครบางคนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากสิ่งนี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะในช่วงแรก ๆ ของการทำความรู้จักกัน ก็อาจเป็นสัญญาณของการหลอกลวงที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้น
มิจฉาชีพบางรายจริง ๆ แล้วเชี่ยวชาญในการหลอกลอกลวงอย่างมาก และยังช่ำชองในการสร้างความไว้วางใจอย่างรวดเร็วบุคคลเหล่านี้อาจวาดภาพชีวิตในอุดมคติสำหรับอนาคตอย่างชัดเจนแต่กลับขอเข้าถึงทรัพยายากรทางการเงินของคุณในวันนี้ขณะที่อ้างว่าพวกเขากำลังรอเคลียร์การลงทุนหรือการติดต่อทางธุรกิจที่กำลังติดขัดอยู่
นอกเหนือจากการรู้ทันพฤติกรรมของมิจฉาชีพแล้ว ยังมีอีกหลายสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อให้มั่นใจว่าจะปลอดภัยและป้องกันตัวเองจากการถูกหลอกลวง
สัญชาตญาณของคุณคือการติดปีกให้ตัวเอง ดังนั้น จงใช้วิจารณญาณที่ดีที่สุดของคุณเสมอ และหากรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ถูกต้องแล้วให้รีบบล็อคการติดต่อกับบุคคลนั้น และรายงานผู้ใช้งานที่เป็นปัญหาต่อแอพทันที
มิจฉาชีพมักไม่ค่อยใช้รูปภาพจริงของตัวเองเท่าไหร่นัก ดังนั้นลองใช้วิธีการค้นหารูปภาพที่คล้ายกันแบบออนไลน์โดยใช้ Reverse Image Search (ค้นหาภาพย้อนกลับ) เพื่อดูว่ารูปโปรไฟล์ของพวกเขาถูกใช้ที่อื่นบนอินเทอร์เน็ตหรือไม่
ทำเช่นเดียวกับที่คุณมักจะต้องทำในการทำความรู้จักกับคนที่ใช่ เมื่อคุณต้องการรู้จักใครสักคนให้มากขึ้นคุณก็ตั้งคำถามทั้งหมดในทุกเรื่องที่สนใจ จากนั้น มองหาข้อเท็จจริงและเรื่องราวที่ไม่สอดคล้องกัน หรือแม้แต่คำตอบที่มีความคลุมเครือสำหรับคำถามที่ค่อนข้างเจาะจงด้วย
มิจฉาชีพสามารถใช้รายละเอียดที่แชร์อยู่บนโชเชียลมีเดียและเว็บไซต์หาคู่ต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจและกำหนดเป้าหมายในการหลอกลวงคุณได้ดียิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการบอกรายละเอียดส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับครอบครัวและเพื่อนฝูง ที่อยู่บ้าน หรือที่ทำงาน รวมถึงกิจวัตรประจำวันของคุณ
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) ได้แนะนำว่า อย่าส่งเงินให้กับบุคคลที่คุณทำความรู้จักทางออนไลน์ รวมถึงอย่าให้หมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลบัญชีธนาคาร การโอนเงินผ่านธนาคาร หมายเลขประกันสังคม หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดที่สามารถระบุตัวตนของคุณได้
Tinder ได้ลงทุนสร้างชุดเครื่องมือเพื่อความปลอดภัย เพื่อให้คุณสามารถปรับแต่งที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดเมื่อใช้งานแอพ และนี่คือคุณสมบัติ 4 อันดับแรกในการต่อต้านการฉ้อโกงบน Tinder (ดูทั้งหมดที่นี่)
Tinder ใช้ระบบ Machine Learning (หรือการเรียนรู้ของคอมพิวเตอร์) ขั้นสูง ที่สามารถระบุรูปแบบและระงับผู้ไม่ประสงค์ดีต่าง ๆ ก่อนที่จะสามารถโต้ตอบกับใครได้
ภายในการตั้งค่าโปรไฟล์ คุณสามารถบล็อครายชื่อผู้ติดต่อที่มีอยู่แล้วไม่ให้เห็นคุณ (และสามารถทำงานในทางกลับกันได้ด้วย) หากคุณเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับใครบางคน นอกจากนี้ ทางแอพยังสนับสนุนให้คุณรายงานใครก็ตามที่คุณคิดว่าอาจเป็นมิจฉาชีพได้ด้วย
คุณสามารถตรวจสอบให้แน่ใจว่าคู่ที่คุณคุยอยู่ เป็นบุคคลที่ตรงกับสิ่งที่เขากล่าวไว้หรือไม่ โดยการมองหาเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าบนโปรไฟล์ของบุคคลนั้นบน Tinder เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายได้รับการยืนยันตัวตนแล้ว
การทำความรู้จักระหว่างกันนั้นไม่จำเป็นต้องมีการเปิดเผยข้อมูลหนังสือเดินทาง ใบขับขี่ หมายเลขประกันสังคม หรือข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนตัวทั้งสิ้น
- สำหรับผู้ที่ได้รับประสบการณ์ด้านลบ เครื่องมือการรายงานปัญหาช่วยให้มั่นใจได้ว่าปัญหาของคุณได้รับการรับฟัง และยังเป็นการช่วยคุ้มครองคนอื่น ๆ จากผู้ไม่หวังดีอีกด้วย
- หากมีคนเข้าหาคุณบน Tinder เพื่อขอเงิน โปรดรายงานปัญหานี้ทันที และถ้าต้องการรายงานปัญหาของคนที่คุยอยู่ สามารถไปที่แชทของคุณแล้วเลือกสัญลักษณ์ศูนย์กำกับดูแลความปลอดภัยที่มุมขวาบนเลือก "รายงาน" และเลือกเหตุผลที่อธิบายประสบการณ์ปัญหาของคุณได้ดีที่สุด
- หากคุณได้ติดต่อกับมิจฉาชีพ คุณสามารถเลือก "โปรไฟล์ปลอม" เพื่อเป็นเหตุผลในการรายงานปัญหา Tinder จะประสานงานตรวจสอบและดำเนินการจากจุดนั้นต่อไป