
การออกเดทมักเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เซอร์ไพรส์ และโอกาสใหม่ ๆ ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาคนรู้ใจ ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ หรือเรียนรู้เพื่อให้รู้จักตัวเองให้มากขึ้น School of Swipe จะช่วยให้ทุกคนได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับทุกการเชื่อมต่อ เปรียบเสมือนคู่มือที่ช่วยให้ออกเดทอย่างชาญฉลาดและเป็นเรื่องง่ายขึ้น อยากรู้ไหมว่าออกเดทยังไงให้เวิร์ก ? มาเริ่มคลาสไปพร้อม ๆ กันได้เลย!
การรู้สึกดีกับคนใหม่เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่แล้ว แต่จะดีกว่าถ้าคุณให้ความสําคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ลองดูคําแนะนําที่เรารวมทุกเรื่องเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติอย่างไร ให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีในการจับคู่ Match มากที่สุด และสามารถระวังเรื่องความปลอดภัยทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์ ในบทเรียนนี้เราจะพูดถึงความปลอดภัยแบบครอบคลุมในเรื่อง (การตระหนักรู้ ขอบเขต และความยินยอม) และอีกหลายประเด็น
รู้ได้อย่างไรว่าเขาคือคนธงเขียวที่ดีต่อใจ:

ตอนออกเดท คุณรู้สึกสบายใจที่ได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง

คู่เดทเคารพขอบเขตของคุณ

คู่เดทมีความชัดเจนว่าเขารู้สึกอย่างไรกับคุณ

คู่เดทให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคุณ

คู่เดทให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลาเพื่อคุณ

คู่เดทสามารถจัดการอารมณ์ของตัวเองได้

คู่เดทมีความสม่ำเสมอและทำตามที่พูด

คู่เดทใส่ใจกับความต้องการของคุณ

ในการนัดเดทสองสามครั้งแรก คู่เดทสนับสนุนให้นัดพบกันในสถานที่สาธารณะ

คู่เดทถามคำถามที่ลึกซึ้ง
ในทุก ๆ วันผู้คนต่างไว้วางใจให้ Tinder ช่วยแนะนำผู้คนให้ได้รู้จักกับคนใหม่ ๆ ซึ่งความไว้ใจเหล่านั้นก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ เราจึงพัฒนาแอพอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้ทุกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นบน Tinder มีความปลอดภัย ให้เกียรติกัน และเป็นประสบการณ์ในแง่บวกเริ่มตั้งแต่การปัดขวา ส่งข้อความหากัน ไปจนถึงการแชทผ่านวิดีโอคอล ดังตัวอย่างฟีเจอร์ต่อไปนี้ที่เน้นในเรื่องความปลอดภัยที่มีความสำคัญของ Tinder ในประเทศไทย
ก่อนที่จะเริ่มต้นบทสนทนา ทั้งสองฝ่ายต่างต้องชอบกันและกันก่อน การเลือกปัดขวาหมายถึง การชอบกันทั้งสองฝ่ายและจะไม่มีใครได้รับข้อความที่ไม่พึงประสงค์จากคนที่ไม่ได้เลือก หรือสนใจ
ในขั้นตอนการลงทะเบียนใช้งานบน Tinder จะต้องสร้างโปรไฟล์และเพิ่มรูปภาพซึ่งเราแนะนำให้เข้าไปยืนยันรูปภาพซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่จะช่วยยืนยันว่าเจ้าของบัญชีคือบุคคลเดียวกันกับรูปโปรไฟล์ คุณจะต้องโพสต์ท่าทางต่าง ๆ ที่กำหนดในแอพแบบเรียลไทม์ สำหรับสมาชิกที่ยืนยันรูปถ่ายเรียบร้อยแล้ว นอกจากจะได้รับเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า ยังมีแนวโน้มที่จะได้คู่ Match ด้วย
ศูนย์กำกับดูแลความปลอดภัยบน Tinder เป็นส่วนหนึ่งของระบบโต้ตอบบนแอพ ประกอบด้วยแหล่งข้อมูล บทความ เคล็ดลับ แบบทดสอบ และข้อมูลเกี่ยวกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ฟีเจอร์ทั้งหมดนี้พร้อมใช้งานตลอดเวลาและจะปรากฏขึ้นมาโดยอัตโนมัติให้สามารถกดตั้งค่าหรือกดที่รูปโล่ป้องกันขณะที่สมาชิกกำลังส่งข้อความ เพื่อช่วยดูแลในด้านความปลอดภัย ศูนย์กำกับดูแลความปลอดภัยได้รับการพัฒนาจากความร่วมมือระหว่าง Match Group Advisory Council และพันธมิตรภาคเอกชนที่เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ไม่ได้แค่ปกป้องแต่ยังให้ความรู้กับสมาชิกเพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจเองได้จากความรู้ที่ได้รับในการเลือกกระทำสิ่งต่าง ๆ ทั้งขณะที่อยู่ในแอพ และนอกแอพ
สมาชิก Tinder สามารถยกเลิกการ Match หรือบล็อคบุคคลนั้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเพราะคุณรู้สึกว่าการจับคู่ครั้งนี้ไม่ใช่สำหรับคุณอีกต่อไป หรืออาจจะมีเรื่องที่ร้ายแรงกว่านั้น เมื่อคุณยกเลิกการ Match ไปแล้ว บุคคลนั้นจะไม่ปรากฏในรายการคู่ Match หรืออยู่ในลิสท์ของการแชทอีก เขาจะไม่สามารถเห็นคุณหรือส่งข้อความหาคุณได้อีกต่อไป โดยสมาชิกสามารถรายงานบุคคลที่เคยขอยกเลิกการ Match หรือที่ถูกยกเลิกการ Match ไปแล้วได้ตลอดเวลา
ฟีเจอร์นี้จะปรากฏขึ้นมาแบบอัตโนมัติถึงผู้ที่กำลังจะส่งข้อความว่า ‘คุณแน่ใจใช่มั้ย’ เนื่องจากอาจใช้ถ้อยคำที่เป็นการล่วงละเมิด ซึ่ง Tinder ไม่ได้แค่รอให้สมาชิกรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น แต่เรายังมีการทำงานเพื่อตรวจสอบแบบเชิงรุกด้วย เนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่ดีและรูปแบบของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้ใครบางคนถูกลบออกจาก Tinder ได้ตลอดเวลา
ฟีเจอร์นี้มีความคล้ายคลึงกับ ‘คุณแน่ใจใช่มั้ย’ แต่จะเป็นข้อความอัตโนมัติที่ถามสมาชิกที่ได้รับข้อความหรือเนื้อหาที่อาจเกี่ยวข้องกับการคุกคามว่า ‘สิ่งนี้รบกวนคุณหรือไม่’ และถ้าหากสมาชิกตอบรับกลับมาว่า ‘ใช่’ ก็จะมีตัวเลือกในการรายงานพฤติกรรมของคนที่ส่งข้อความ ฟีเจอร์นี้ ช่วยให้มีการรายงานเรื่องการคุกคามและล่วงละเมิดเพิ่มมากขึ้น
การบล็อครายชื่อผู้ติดต่อช่วยให้สมาชิกสามารถบล็อครายชื่อส่วนตัวที่ไม่อยากเห็นบนแอพ เพื่อช่วยเสริมความมั่นใจให้สมาชิกของเรารู้สึก “ชอบ” วิธีการของตัวเองในการเชื่อมต่อครั้งใหม่โดยไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่ไม่อยากจะเจอ ไม่ว่ารายชื่อผู้ติดต่อของคุณจะมีอยู่แล้วบน Tinder หรือคุณอาจจะเลือกดาวน์โหลดเข้ามาในภายหลังด้วยการใช้ข้อมูลผู้ติดต่อเดียวกันกับที่มีอยู่บนมือถือ รายชื่อพวกนั้นก็จะไม่ปรากฏขึ้นมาในการ Match
Tinder มีขอบเขตในเรื่องการรายงานที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีและการประเมินพฤติกรรมของสมาชิกเอง เพื่อให้สมาชิกทุกคนมั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักปฏิบัติของชุมชน สมาชิกสามารถรายงานบุคคลได้โดยตรงจากหน้าโปรไฟล์หรือติดต่อผ่านศูนย์กำกับดูแลความปลอดภัยในแอพได้ตลอดเวลา เพราะเราให้ความสำคัญกับการรายงานอย่างจริงจัง
เวลาที่สมาชิกกลุ่ม LGBTQIA+ เดินทางท่องเที่ยวในชีวิตจริงหรือใช้ฟีเจอร์ Passport บน Tinder เพื่อปัดหาคนใหม่ ๆ ในประเทศที่มีกฏหมายควบคุมบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ สมาชิกจะได้รับการแจ้งเตือนและจะมีตัวเลือกให้ปิดฟีเจอร์นี้ก่อนที่หน้าโปรไฟล์จะปรากฏในโลเคชั่นที่ปักหมุดไว้ แม้ว่า Tinder จะเป็นตัวเลือกที่ดีในการพบปะผู้คนเวลาเดินทาง แต่ความปลอดภัยจะต้องมาก่อนเสมอ
การแนะนำการเขียนประวัติส่วนตัวเป็นขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยให้สมาชิกเข้าใจว่ามีอะไรบ้างที่เป็นเรื่องที่ยอมรับได้บน Tinder ขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกเช่นกัน อย่างข้อผิดพลาดทั่วไปอย่างหนึ่งที่สมาชิกมักจะทำ คือการใส่ข้อมูลส่วนตัวเข้าไปในหน้าโปรไฟล์ เช่น เบอร์โทรศัพท์ การแนะนำการเขียนประวัติส่วนตัวจะช่วยลบรายละเอียดส่วนตัวเหล่านี้ออกไป และจะมีการแจ้งให้สมาชิกทราบถึงเหตุผลที่ลบ เพื่อให้สมาชิกเขียนประวัติส่วนตัวใหม่อีกครั้ง
การบล็อคโปรไฟล์เป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยให้สมาชิกสามารถเลือกได้ว่าต้องการเห็นใครบ้างบน Tinder โดยก่อนที่จะ Match สมาชิกสามารถบล็อคโปรไฟล์ที่ไม่ต้องการเห็นอีกได้ ถือเป็นวิธีง่าย ๆ ในการหลีกเลี่ยงการเจอเจ้านายหรือแฟนเก่าที่ไม่ต้องการเจอ ฟีเจอร์บล็อคใหม่นี้สร้างขึ้นเพิ่มเติมจากการบล็อครายชื่อผู้ติดต่อ และการบล็อคหลังจากกดรายงาน
Tinder ต้องการให้สมาชิกรายงานพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่พบบนแอพได้ง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การรายงานแบบกดค้างนี้ เพียงกดบนข้อความที่ไม่เหมาะสมค้างไว้ และเปิดไปที่หน้ารายงานได้โดยตรง โดยการลดความซับซ้อนของขั้นตอนการรายงานนี้ Tinder หวังว่า สมาชิกจะมีการรายงานมากขึ้น เพื่อให้เราสามารถดำเนินการกับบัญชีที่ละเมิดกฎเกณฑ์ของชุมชนได้ต่อไป
โหมดไม่ระบุตัวตนเป็นอีกขั้นหนึ่งของการซ่อนโปรไฟล์อย่างสมบูรณ์ สมาชิกยังสามารถกด Like บนแอพได้เหมือนเดิม แต่เฉพาะคนที่คุณกด Like เท่านั้นที่จะเห็นคุณจากหน้าแนะนำโปรไฟล์ได้ ทำให้สามารถควบคุมได้ว่าใครจะเห็นคุณบ้างเมื่อเลื่อนดูโปรไฟล์บน Tinder
ยกระดับการยืนยันภาพถ่ายไปอีกขั้นด้วยวิดีโอเซลฟี่ จากที่สมาชิกต้องถ่ายภาพนิ่ง และโพสท่าต่าง ๆ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพถ่ายอื่น ๆ บนโปรไฟล์เมื่อยืนยันตัวตน ตอนนี้จะต้องถ่ายชุดวิดีโอแทน แม้ว่าจะไม่มีกระบวนการตรวจสอบรูปถ่ายที่สมบูรณ์แบบ แต่วิธีนี้จะช่วยให้ Tinder ตรวจสอบและมอบเครื่องหมายยืนยันตัวตน (เครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า) ให้กับคนที่ยืนยันแล้วได้ดียิ่งขึ้น
การได้เชื่อมต่อกับคนใหม่ ๆ ที่คุณรู้สึกดี ย่อมเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่ก็อย่าลืมระมัดระวังตัวเอง ไม่ว่าจะบนแอพ Tinder หรือในชีวิตจริงก็ตาม เรามีวิธีในการช่วยรักษาความปลอดภัยของตัวคุณเองเป็นอันดับแรกในทุกขั้นตอนความสัมพันธ์ ของการใช้ Tinder ของคุณ
โปรดจำไว้เสมอว่าคุณไม่ต้องอดทนรับพฤติกรรมของคนอื่น ถ้าหากเจออะไรแปลก ๆ หรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้รีบรายงานทันที
ปกป้องทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวคุณ ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้ใครก็ตามที่คุณไม่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นเลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของคุณ เช่น การบอกว่าคุณจะไปออกกำลังกายทุกวันจันทร์ รวมทั้งข้อมูลใด ๆ ก็ตามเกี่ยวกับครอบครัวและเพื่อนของคุณที่ควรจะเก็บไว้เป็นความลับส่วนตัว 🙅♀️
อยู่แต่บน Tinder หากคุณต้องการทำความรู้จักกับคนใหม่ ๆ การพูดคุยบน Tinder คือแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด เพราะนอกจากเราจะเป็นแพลทฟอร์มที่ดีแล้ว เรายังเป็นแพลทฟอร์มที่ปลอดภัยอีกด้วย Tinder อนุญาตให้ส่งได้เฉพาะข้อความ อิโมจิ และวิดีโอคอลเท่านั้น คุณจึงไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับรูปภาพที่ไม่ต้องการเห็น ควรระมัดระวังให้ดี หากว่าคู่ Match พยายามโน้มน้าวให้ย้ายไปคุยกันทางโทรศัพท์หรือทางแอพอื่น ๆ ทันทีที่ Match กัน เพราะเป็นไปได้ว่าพวกเขากำลังพยายามเลี่ยงตัวกรองด้านความปลอดภัยของ Tinder
สร้างพาสเวิร์ดให้ปลอดภัย ถ้าเคมีระหว่างคุณกับคู่ Match สตรองแล้ว พาสเวิร์ด Tinder ของคุณจะต้องสตรองกว่านั้นอีก เพราะพาสเวิร์ดที่สตรองก็บ่งบอกได้ถึงความสตรองในตัวคุณ 💪🏻 คุณควรจะตรวจสอบและระมัดระวังให้ดี เมื่อเข้าสู่ระบบ Tinder จากคอมพิวเตอร์สาธารณะหรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานร่วมกับผู้อื่น และให้ระวังอีเมลที่ระบุว่าส่งจาก Tinder ที่ขอข้อมูลพาสเวิร์ดกับชื่อผู้ใช้งาน Tinder ของคุณ ถ้าคุณได้รับอีเมลที่ขอข้อมูลบัญชีแบบนี้ ให้รีบรายงานเราทันที
ระวังการหลอกลวง ระวังพวกมิจฉาชีพหรือพวกสแกมเมอร์ที่มาขอความช่วยเหลือทางการเงิน หรือใครก็ตามที่คุณไม่เคยพบเห็นตัวจริง หรือแค่พูดคุยกันทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลหากัน คนเหล่านี้อาจจะไม่ใช่ตัวจริงอย่างที่พวกเขาหลอกลวง ถ้าคนพวกนี้หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามของคุณหรือพยายามดึงดันที่จะมีความสัมพันธ์ที่จริงจังโดยไม่ยอมออกมาพบหน้า
คอนเทนท์ที่มีภาพโป๊เปลือยอนาจารหรือมีเนื้อหาทางเพศ
การเรียกร้องทรัพย์สินเงินทอง หรือการบริจาค
สมาชิกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น
การเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นของตัวคุณเองหรือของคนอื่น
การล่วงละเมิด การคุกคามด้วยคำพูดที่แสดงถึงความเกลียดชัง และข้อความที่ไม่เหมาะสม
การใช้ความรุนแรง การมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือมีพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ไม่ว่าจะในขณะออกเดทหรือหลังจากการนัดเจอข้างนอก
สร้างโปรไฟล์หลอกลวง
การสแปมหรือการชักชวน รวมถึงการส่งลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไปยังเว็บไซต์เชิงพาณิชย์ การพยายามขายสินค้าหรือบริการด้านอื่น ๆ
หากมีการฝ่าฝืนนโยบายที่กล่าวมา คุณอาจจะถูกแบนจาก Tinder คุณได้ยินไม่ผิดหรอก พฤติกรรมของคุณทั้งขณะออนไลน์และออฟไลน์สามารถนำไปสู่การยุติใช้งานบัญชี Tinder ของคุณได้ทันที
1. คลิกเข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของคู่ Match ที่คุณต้องการรายงาน จากนั้นคลิกที่จุดไข่ปลา 3 จุด ที่อยู่ด้านบนขวา แล้วคลิกปุ่ม“รายงาน” ที่ปรากฏในหน้าต่างป๊อปอัพเพื่อส่งเรื่องถึงเราแบบรวดเร็วและเป็นความลับ 2. ในหน้ากล่องข้อความของคุณ ให้คลิกที่ไอคอนโล่ห์ที่อยู่ด้านบนขวา แล้วคลิ๊กปุ่ม “รายงาน” เพื่อส่งเรื่องถึงเราแบบรวดเร็วและเป็นความลับ
ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดทั้งออนไลน์หรือออฟไลน์ ขอให้คุณเชื่อมั่นและมั่นใจในสัญชาตญาณของตัวเอง และขอให้นึกถึงความปลอดภัยของคุณเองเป็นอันดับแรก ในวินาทีที่มีบางอย่างทำให้คุณรู้สึกถึงอะไรที่ไม่ชอบมาพากล ขอให้คุณเชื่อในสัญชาตญาณหรือต่อมเอ๊ะของตัวเอง จากนั้นให้ท่องตามเราดังนี้ “เท แล้วรายงานเรา” 🙌
ตั้งแต่การเขียนโปรไฟล์ Tinder ให้ปัง หาไม้เด็ดเริ่มพูดคุย หรือแม้แต่เลือกชุดสำหรับเดทแรก คนส่วนใหญ่มักจะพูดถึงการช่วยในการหาคู่ แต่ในทางกลับกันมีน้อยคนนักที่จะพูดถึง "การรักษาความสัมพันธ์ให้ยั่งยืน" คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Z ใช้ฟีเจอร์บน Tinder อย่าง Dating Goals และ Relationship Types เพื่อสื่อสารอย่างชัดเจนว่า “ต้องการความสัมพันธ์แบบไหน” เพื่อการออกเดทอย่างมีเป้าหมาย และมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมายที่เหมาะกับตัวเอง เพื่อการสร้างเส้นทางความรักในแบบที่ตัวเองต้องการ คุณฝ้าย กันตพร สวนศิลป์พงศ์ นักจิตวิทยาที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้ง MasterPeace เกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้ความสัมพันธ์มั่นคงและมีสุขภาพดี คุณฝ้ายได้แชร์ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยเริ่มต้นเส้นทางความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ดังนี้
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ทำให้คนทั่วไปแยกแยะได้ยากขึ้นว่าอะไรจริงอะไรปลอม โดยเฉพาะหากคนที่คุณเพิ่งรู้จักไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน และไม่สามารถเจอกันต่อหน้าได้ จึงควรระวังให้มาก เพราะอาจเป็นโปรไฟล์ปลอมหรือบุคคลที่สร้างขึ้นโดย AI
บางครั้งความรักไม่ได้เป็นไปตามแบบแผนที่วางไว้เสมอไป และนั่นไม่ใช่เรื่องผิด ก่อนจะตัดสินหรือตีความสถานการณ์ไปไกล การกลับมาวางใจไว้ที่ความยืดหยุ่น และวางความคาดหวังที่สอดคล้องกับความเป็นจริง จะช่วยให้เรารับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือการดูแลจัดการอารมณ์ของตัวเอง เริ่มต้นที่ทำความเข้าใจความรู้สึกและความคิดของตัวเองก่อน แล้วจึงค่อยเปิดใจพูดคุยกับคนรัก เพื่อหาทางปรับตัวและเติบโตไปด้วยกันแม้ในวันที่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นก็ตาม
ความกังวลหรือความไม่สบายใจ เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนเล็ก ๆ ที่หากมองข้าม อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง โดยเฉพาะเมื่อเราปิดกั้นอารมณ์ของตัวเอง เพราะความรู้สึกเหล่านี้อาจกำลังสะท้อนว่า “อะไรสำคัญกับเรา” ดังนั้นสิ่งสำคัญคือชวนหันกลับมาสำรวจตัวเองดูว่า อะไรกันแน่ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แล้วลองฟังความรู้สึกของตัวเองโดยไม่ตัดสินจากนั้นแยกแยะว่าเรื่องไหนควบคุมได้ และเรื่องไหนที่ควบคุมไม่ได้แล้วโฟกัสกับสิ่งที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้จริงวิธีนี้จะช่วยให้จัดการกับปัญหาได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การหยุดพักไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลิกคุยกับคนรัก แต่หากเริ่มรู้สึกว่าหัวใจอึดอัดหรือเหนื่อยล้าในความสัมพันธ์ ลองเว้นช่วงเวลาเล็ก ๆ ให้ตัวเองได้หายใจและฟื้นฟูหัวใจ ใช้เวลาส่วนตัวกับกิจกรรมที่ช่วยเยียวยาจิตใจอย่าง เขียนไดอารี่ระบายความรู้สึก พูดคุยกับเพื่อนหรือคนที่ไว้ใจ ฝึกอยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ การดูแลตัวเองจะช่วยให้รู้สึกมีพลัง และทำให้คุณพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ในความสัมพันธ์ได้ดีขึ้น!
ความรักที่ดีเริ่มต้นจากการเห็นคุณค่าในตัวเอง ลองทำความเข้าใจในสิ่งที่ต้องการ เปิดใจพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา และเคารพขอบเขตของกันและกัน เสริมความมั่นใจด้วยการทบทวนมุมมองที่เรามีต่อตัวเอง ชวนมองเห็นคุณค่าที่เรามีอยู่เสมอ ให้ความเคารพตัวเอง ดูแลตัวเองอย่างใส่ใจ และหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบตัวเองกับใคร เมื่อคุณรักและเคารพตัวเอง ได้อย่างแท้จริง คุณก็จะสามารถมอบความรักที่มั่นคงให้กับคนอื่นได้เช่นกัน
ไม่มีความรู้สึกไหนจะคงอยู่กับเราตลอดไป ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงและผ่านไปเสมอ ให้เวลากับตัวเอง ในการก้าวผ่านช่วงเวลายาก ๆ เรียนรู้จากอดีตและนำบทเรียนนั้นมาปรับใช้เพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม ลองทบทวนว่าเราได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเอง และจริง ๆ แล้วเราต้องการอะไรจากความสัมพันธ์ เมื่อเราเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ใหม่ที่เกิดขึ้นก็จะมีความมั่นคงและมีความหมาย เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ก็จะค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ต้องมั่นใจว่ามี "ความไว้วางใจ" เป็นหัวใจสำคัญของการเริ่มต้นที่มาสู่ความสำเร็จ